วันอังคารที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2559

รับเหมาก่อสร้าง......... 082-1068662 ออกแบบ ต่อเติม ซ่อมแซม สร้างบ้านครบวงจร

หากท่านคิดจะออกแบบ ก่อสร้าง ต่อเติม บ้าน อาคาร หอพัก ใน.............. คิดถึงเรา 
รับก่อสร้าง.............. เขียนแบบ 2D 3มิติ อาคารทุกประเภท 
เช่น อาคารพาณิชย์-ตึกแถว อพาร์ทเม้นท์ หอพัก เป็นต้น 
รับสร้างต่อเติม................ บ้านเดี่ยวชั้นเดียว บ้านเดี่ยว 2 ชั้น 
ทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์โฮม รับทำ ถนนคอนกรีต อื่นๆ
ติดต่อรายละเอียดที่ http://homebuildservice.com

บริการก่อสร้างในพื้นที่............................ ก่อสร้าง รับออกแบบ อพาร์ทเมนท์ คอนโดมิเนียม ตึก อาคาร สำนักงาน โรงงาน บ้านเดี่ยว
 เกรดA ดูแลงานโดยทีมวิศวกร ทีมสถาปนิกและทีมช่างมืออาชีพ คอยควบคุมและดูแลการก่อสร้างอย่าง
ใกล้ชิด เรามีประสบการณ์ในการก่อสร้างมาอย่างยาวนานทำให้ลูกค้าไว้วางใจในผลงานของเรา

คำแนะนำในการคัดเลือกผู้รับเหมาใน.......................... 

1. ควรดูจากผลงานที่ผ่านมาในอดีต ให้ทางผู้รับเหมาพาไปดูผลงานในอดีตพาชมงานไม่ปิดบังได้โดยอาจจะได้คุยกับเจ้าของบ้านที่เคยทำกับผู้รับเหมารายนั้นให้ผู้รับเหมาแจ้งเบอร์โทรลูกค้าที่เคยใช้บริการอย่างน้อย 6-10 ชื่อเพื่อทำการโทรสอบถามงานที่ผ่านมา

2. ควรเลือกผู้รับเหมาที่มีประสบการณ์มากๆ นอกจากจะรู้ปัญหาได้ดีแล้วยังสามารถให้คำแนะนำต่างๆ ได้อีกด้วย

3. มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ควรมีสำนักงานตั้งอยู่ จดทะเบียนถูกต้องสามารถตรวจสอบได้

4. หารายชื่อเพื่อติดต่อหลายๆ รายเพื่อทราบการราคาเบื้องต้น


5. หาผู้รับเหมา................ ที่เหมาะสมกับงาน เช่น งานไม้หาช่างไม้ งานเหล็กก็หาช่างเหล็กงานก่อฉาบก็หาช่างก่อฉาบ เนื่องจากผู้รับเหมาแต่ละเจ้าจะชำนาญไม่เหมือนกัน

6. ผู้รับเหมาต้องมีทีมงานพร้อม เช่น มีวิศวกร มีสถาปนิค ร่วมปฏิบัติงานอยู่จริงนอกจากนี้ควรมีทีมงานเพื่อสนับสนุนงานในด้านต่างๆ เช่น มีเจ้าหน้าที่จัดซื้อมีช่างในทีมหลากหลาย และควรมีคลังเก็บวัสดุ อุปกรณ์มีที่อยู่ให้คนงาน

7. ควรจ้างผู้รับเหมา.............. ที่สามารถปฏิบัติงานเสร็จได้ตามกำหนดเวลาที่ชัดเจนมีแผนงานประกอบระยะเวลาที่สามารถทำเสร็จได้ในเวลาที่กำหนด

 8. ควรสอบถามว่าจะใช้ผู้รับเหมาช่วงทั้งหมดหรือไม่ไม่ควรจ้างผู้รับเหมาที่ใช้ผู้รับเหมาช่วงทั้งหมดในการสร้างบ้านเพราะอาจจะดูแลไม่ทั่วถึง งานอาจจะไม่ดี ควรทราบชื่อผู้รับเหมาช่วงที่รับงานต่อและควรตรวจสอบการได้รับการชำระเงินจากผู้รับเหมาหลักด้วย

9. ให้ผู้รับเหมาทำการประเมินราคาเป็นลายลักษณ์อักษร ควรเทียบหลายๆ เจ้าแต่ผู้รับเหมาที่เสนอราคาต่ำสุดก็อาจจะไม่ใช่ผู้รับเหมาที่ดีสุดควรดูรายละเอียดของงาน อาจจะทิ้งงานได้ถ้าขาดทุนเพราะเสนอราคาต่ำอยากได้ งาน แต่ทำจริงๆ ทำไม่ได้


10. ผู้รับเหมา................ ควรมีการประกันผลงานที่เป็นลายลักษณ์อักษรเช่นการประกันในตัวโครงสร้าง ประกันในวัสดุก่อสร้าง หรือผลงานการสร้างต่างๆเป็นระยะเวลาหนึ่ง เพื่อสร้างความมั่นใจแก่เจ้าของบ้านว่างานได้ทำไปแล้วจะได้รับการประกันเมื่อเกิดความเสียหายจะได้รับการดูแลภายหลัง

11. ผู้รับเหมารายที่จะคัดเลือกมีสถานะทางการเงินที่มั่นคงหรือเปล่าการบริหารงานการทำงานก่อสร้างที่ผ่านมาทำให้สถานะทางการเงินดีขึ้นหรือแย่ลง

12. ถามผู้รับเหมาว่ารับงานกี่ที่ในตอนนี้ผู้รับเหมารับงานเยอะมากไปก็จะมีโอกาสที่จะทำงานได้ไม่ดี


13.สำหรับ ผู้รับเหมาถ้าเป็นบริษัทรับสร้างบ้าน............ ถ้าอยู่ในสมาคมที่มีการรับรองได้จะมั่นใจได้มากกว่า ประสบการณ์ระยะเวลาในการก่อตั้งก็เป็นสิ่งสำคัญ


รับชมผลงานของเรา 

 

SP รถรับย้ายบ้าน รับขนของในนครพนม

***บริการของเรา***

1.รับบริการย้ายบ้านนครพนม ย้ายออฟฟิศ ขนบูท แสดงสินค้า ขนอุปกรณ์ก่อสร้าง รับ-ส่งขนงานก่อสร้าง
2.รับขนสินค้านครพนมไปต่างจังหวัด ราคายุติธรรม มีประสบการณ์การทำงานมากว่า 25 ปี
3.มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งพนักงานขับรถและพนักงานขนสินค้าไว้ใจได้ซื่อสัตย์และชำนาญเส้นทางต่างจังหวัด
4.บริการสะดวกรวดเร็วทันใจ รับบริการให้คำปรึกษาและสอบถามรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องการขนสินค้า(รถทุกคันมีคอกเสริมและผ้าใบปิดมิดชิด)

รายละเอียดรถบรรทุกที่ให้บริการ 
ยาว กว้าง สูง น้ำหนัก
1.รถบรรทุก 4 ล้อใหญ่ ยาว3.10 เมตร กว้าง1.70 เมตร สูง1.70 เมตร 2 ตัน
2.รถบรรทุก 6 ล้อเล็ก ยาว4.30 เมตร กว้าง1.90 เมตร สูง1.70 เมตร 4 ตัน
3.รถบรรทุก 6 ล้อกลางยาว 5.50 เมตร กว้าง2.10 เมตร สูง1.90 เมตร 5 ตัน
4.รถบรรทุก 6 ล้อใหญ่ ยาว6.50(เปิดท้าย7เมตร) เมตร กว้าง2.40เมตรสูง 2.50 เมตร 7 ตัน
5.รถกระบะตอนเดียวหลังคาสูง ยาว2.10เมตร กว้าง1.50เมตร สูง1.85 เมตร บรรทุกน้ำหนัก1ตัน  
รถบรรทุกรับจ้างทั่วไปในจังหวัดนครพนม
รถรับจ้างขนย้ายนครพนม ขนส่งสินค้า ขนย้ายทุกชนิด
รถรับจ้าง,รถบรรทุก 6ล้อ จังหวัดนครพนม
บริการรถรับจ้าง ขน ส่ง ยก ย้าย สิ่งของต่างๆ นครพนมไปทั่วประเทศ
บริการรถรับจ้าง รถปิคอัพ รถ4ล้อใหญ่ รถ6ล้อ ขนย้ายบ้าน ห้องพัก นครพนม
ให้บริการขนส่ง รถรับจ้าง : รถรับจ้าง6ล้อ จังหวัดนครพนม

รถขนของ รถย้ายบ้านจังหวัดนครพนม
รถขนของ รถย้ายบ้าน เมืองนครพนม
รถขนของ รถย้ายบ้าน ท่าอุเทน
รถขนของ รถย้ายบ้าน ธาตุพนม
รถขนของ รถย้ายบ้าน นาแก
รถขนของ รถย้ายบ้าน นาทม
รถขนของ รถย้ายบ้าน นาหว้า
รถขนของ รถย้ายบ้าน บ้านแพง
รถขนของ รถย้ายบ้าน ปลาปาก
รถขนของ รถย้ายบ้าน โพนสวรรค์
รถขนของ รถย้ายบ้าน เรณูนคร
รถขนของ รถย้ายบ้าน วังยาง
รถขนของ รถย้ายบ้าน ศรีสงคราม
ดูรายละเอียดที่ บริการรถรับจ้างขนย้ายนครพนม

ติดต่อที่ http://www.rodrubjangthai.com/

 

รถรับจ้างขนย้ายจังหวัดนครพนม
บริการขนย้ายสินค้านครพนมไปกรุงเทพ ปริมณฑล และต่างจังหวัด 

วันศุกร์ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

คำแนะนำในการสอบข้าราชการกรุงเทพมหานคร

คำแนะนำในการสอบข้าราชการกรุงเทพมหานคร
การสอบข้าราชการกรุงเทพมหานคร ต่างจากการสอบข้าราชการของหน่วยงานอื่นตรงที่ไม่ได้ใช้ผลสอบภาค ก จาก กพ. แต่จะต้องมีการสอบภาค ก.และ ข พร้อมกันในวันเดียว และบังคับด้วยว่าต้องผ่าน ภาค ก. และ ภาค ข. อย่างละ 60% ขึ้นไป จึงจะผ่าน ทำให้มีคนผ่านน้อย บางคนผ่านภาค ก. ไม่ผ่าน ข. บางคนผ่าน ข. ไม่ผ่าน ก. ผู้เข้าสอบจะต้องเตรียมตัวมาอย่างดีจึงจะผ่านทั้งสองภาค
ทั้งนี้เนื้อหาภาค ก. กทม.จะมีเนื้อหาเพิ่มเติมขึ้นมาจากภาค ก. ของ ก.พ. ถ้าบางคนถนัดพวกเนื้อหาหน่อยก็จะทำได้ดี (เช่น เนื้อหา พรบ. กฎหมาย ธรรมาภิบาล เศรษฐกิจพอเพียง ฯลฯ) แต่ถ้าบางคนถนัดทำตอบโจทย์ซึ่งหน้าก็อาจเขวนิดนึง (เช่น คณิต ไทย อังกฤษ ที่ต้องไปอ่านโจทย์ทำตอบตรงนั้นเลย) ซึ่งก็แล้วแต่การเตรียมตัวและความถนัดของแต่ละคนด้วย
ดังนั้น ถ้าใครที่คิดจะสอบข้าราชการกรุงเทพมหานคร ต้องมีการเตรียมตัวที่ดีทั้งภาค ก และ ภาค ข เพราะถ้าไม่ผ่านอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็จะไม่มีสิทธิ์สอบภาค ค เลย
สำหรับความรู้ที่ใช้สอบข้าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ควรเตรียมตัวและศึกษาไว้ก็จะมี ดังนี้

รายละเอียดหลักสูตรและวิธีการสอบ (มี 3 ภาค) ได้แก่

ก. ภาคความรู้ความสามารถทั่วไป ( คะแนนเต็ม 200 คะแนน )
1.วิชาความสามารถทั่วไป (60 คะแนน)
(1)ความสามารถทางด้านการคิดคำนวณ
ทดสอบความสามารถในการประยุกต์ใช้ความคิดรวบยอดทางคณิตศาสตร์เบื้องต้น การวิเคราะห์หาความสัมพันธ์ของจำนวนหรือปริมาณ การแก้ปัญหาเชิงปริมาณ และข้อมูลต่างๆ
(2)ความสามารถด้านเหตุผล
ทดสอบความสามารถในการคิดหาความสัมพันธ์เชื่อมโยงของคำ ข้อความ หรือรูปภาพ การคิดวิเคราะห์ การหาข้อยุติ หรือข้อสรุปอย่างสมเหตุสมผลจากข้อความ สัญลักษณ์ สถาณการณ์หรือแบบจำลองต่างๆ
2. วิชาภาษาไทย (60 คะแนน)
(1)ความเข้าใจภาษา
ทดสอบความสามารถในการอ่านและทำความเข้าใจกับบทความ หรือข้อความที่กำหนดให้แล้วตอบคำถามที่ตามมาในแต่ละบทความหรือข้อความ รวมถึงการสรุปความและตีความด้วย
(2)การใช้ภาษา
ทดสอบความสามารถในการเลือกใช้คำหรือกลุ่มคำ การเขียนประโยคได้ถูกต้องตามหลักภาษา และการเรียงข้อความ
3. วิชาความรอบรู้และกฎหมาย (80 คะแนน)
(1) การปกครองท้องถิ่น หลักธรรมาภิบาล หลักเศรษฐกิจพอเพียง หลักสิทธิมนุษยชน
(2) กฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร
(3) กฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการกรุงเทพมหานครและบุคลากรกรุงเทพมหานคร
(4) กฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ
(5) พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
(6) ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ
(7) ระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยวิธีปฏิบัติงานสารบรรณ
ข. ภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง ( คะแนนเต็ม 200 คะแนน ) เป็นข้อกา ปกติทั่วไป แล้วแต่ตำแหน่งได้แก่ หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก ลักษณะงานที่ปฏิบัติ

ค. ภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง ( คะแนนเต็ม 200 คะแนน ) จะมี 2 ขั้นตอน คือ
1. สอบข้อเขียนทดสอบจิตวิทยา/การปฏิบัติงาน (กา/ให้ระดับคะแนนแบบสอบถาม)
2. สอบสัมภาษณ์ จากประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน การสังเกตพฤติกรรมที่ปรากฏของผู้เข้าสอบ เป็นต้น

ทั้งนี้การสอบสัมภาษณ์กรรมการมีการเตรียมตัวมาดีมาก พอผู้เข้าสอบตอบคำถามข้อนึงเสร็จ กรรมการอีกท่านก็จะยิงคำถามต่อเลย เพราะฉะนั้นผู้เข้าสอบสัมภาษณ์จะต้องมีสติ ตั้งใจฟังคำถามของกรรมการให้ดี แล้วจึงตอบ

รายละเอียดวิชาที่สอบ
1 ความรู้เกี่ยวกับกรุงเทพมหานคร
2 ความสามารถด้านการคิดคำนวณ
3 ความสามารถทางด้านเหตุผล
4 ความสามารถด้านภาษาไทย
5 แนวข้อสอบ พรบ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540
6 แนวข้อสอบพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
7 แนวข้อสอบระเบียบงานสารบรรณ พ.ศ.2526 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
8 แนวข้อสอบ พรบ.ระเบียบข้าราชการ กทม.และบุคลากร กทม. พ.ศ. 2554
9 แนวข้อสอบ พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 และแก้ไขเพิ่มเติม
10 แนวข้อสอบระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยวิธีปฏิบัติงานสารบรรณ พ.ศ.2546
11 แนวข้อสอบหลักธรรมมาภิบาล หลักเศรษฐกิจพอเพียง หลักสิทธิมนุษยชน

สั่งซื้อหนังสือที่
Line ID : testdd9
โทร : 062-1958505
เฟต : www.facebook.com/1756331361278816
ดาวน์โหลดข้อสอบที่ www.งานราชการไทย.com/
ตำแหน่งที่สอบ
ภาค ก กทม
เจ้าพนักงานการเงินและบัญชี
เจ้าพนักงานเกษตร
เจ้าพนักงานจัดเก็ยรายได้
เจ้าพนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
เจ้าพนักงานสาธารณสุข
เจ้าพนักธุรการ
ช่างสำรวจ
นักจัดการงานทั่วไป
นักบริหารงานทั่วไป
นักวิชาการเงินและบัญชี
นักวิชาการสาธารณสุข
นักวิชาการสุขาภิบาล
นักวิทยาศาสตร์
นักวิเทศสัมพันธ์
นักสังคมสงเคราะห์
นักโสตทัศนศึกษา
นายช่างไฟฟ้า
นายช่างโยธา
พนักงานปกครอง
วิศวกรเครื่องกล
วิศวโยธา
ผลงานลูกค้าที่สั่งซื้อหนังสือ


ผลงานลูกค้า

เปิดสอบ ราชการ งานราชการ หางาน สอบราชการ พนักงานราชการ สอบบรรจุ หางาน รับสมัครงาน สอบ กพ. อบต. สอบภาค ก สอบภาค ข รับสมัครงาน ศูนย์รวมงานราชการ



1


2

3

4

5

6

7

8

คู่มือสอบ กพ

VCD ติวสอบ กพ. ภาค ก ที่กำลังเปิดสอบ ทั่วประเทศ สำหรับคนที่ไม่มีเวลาไปติว
 และการติวสอบต้องใช้เวลาและเงินจำนวนมาก แต่จะดีไหมถ้าท่านสามารถติวสอบเองได้จากที่บ้าน

VCD ติวภาค ก./ ก.พ. 
 ระดับ 2-3-4 
คอร์ส VCD ภาคก.+เอกสารประกอบการสอบภาค ก.
ราคาชุดละ 2,500 บาท / จัดส่งถึงที่...
" ประกอบด้วย เนื้อหา และแบบฝึกหัด
วิชาความรู้ความสามารถทั่วไป(คณิต)+ภาษาไทย 
ที่ใช้สอบภาคก./ก.พ. ครบถ้วนแน่นอน "
"เหมาะสำหรับผู้ที่อยู่ต่างจังหวัด หรือ ไม่มีเวลามาติว 
มีทั้งเนื้อหา และแบบฝึกหัด/ครบทุกวิชาที่ใช้สอบ
- วิชาเลข : สอนเรื่อง อนุกรม อุปมา เงื่อนไขภาษา เงื่อนไขสัญลักษณ์ ตารางกราฟ สดมภ์ เงื่อนไขเพียงพอ ตรรกศาสตร์ เลขทั่วไป
- วิชาภาษาไทย : สอนเรื่อง คำ กลุ่มคำ ประโยค บทความสั้น บทความยาว ข้อบกพร่องภาษา หลักภาษาไทย

การันตีได้ผล...วัดจากการมีผู้สอบได้แล้ว
*รับประกันคุณภาพ*   สอบถามรายละเอียดที่  
Line : testthai1
ประกอบด้วย
VCD การเตรียมตัวสอบ
VCD ความรู้ความสามารถทั่วไป
- เลขอนุกรม
- เงื่อนไขทางภาษา
- โจทย์สัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์
- อุปมา-อุปมัยเบื้องต้น
VCD ภาษาไทย
- การใช้ภาษา
- ความเข้าใจภาษา
VCD ฝึกทำโจทย์ทางตัวเลข
VCD ภาษาอังกฤษเบื้องต้น
MP3 ข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ การใช้ Grammar
MP3 วิธีจำคำศัพท์และการเดาคำศัพท์ภาษาอังกฤษ Vocabulary
MP3 เอกสารแนวข้อสอบ ภาค ก
CD-ROMโปรแกรมฝึกทำข้อสอบ ภาก ก.


จำหน่ายเอกสารแนวข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. ใหม่ล่าสุด
รวมทุกอย่างที่ออกข้อสอบ รวมแนวข้อสอบเก่าเด็ดๆๆ  และข้อสอบที่ออกบ่อยมาก 
คู่มือเตรียมสอบความรู้ความสามารถทั่วไป
แนวข้อสอบภาษาไทย_เฉลยละเอียด
แนวข้อสอบคณิตศาสตร์ _ความสามารถทางด้านตัวเลข
แนวข้อสอบเก่า  ก.พ. (จากสนามสอบจริง)
แนวข้อสอบวิชาภาษาไทย  ชุดที่  1
แบบทดสอบด้วยตนเอง ชุดที่  1
ความสามารถด้านตัวเลขและความสามารถในการใช้ภาษาไทย

แนวข้อสอบ กพ

จงหาจำนวนเลขที่จะเติมในช่องว่างเพื่อให้เข้าอันดับกับชุดของตัวเลขที่กำหนดให้
เคล็ดลับการทำข้อสอบอนุกรม,เฉลยข้อสอบ ภาค ก,เฉลยข้อสอบ กพ,เทคนิคการทำข้อสอบ กพ
1 .  5   10   20   35  ……                                                                                                                                          
ก.  45                                        ข.  50                              ค.  55                                  ง.   80            
                 ข้อสอบภาค ก อนุกรม,ข้อสอบ กพ อนุกรม                                  
เฉลย ข้อ ค. แนวคิด  เลขชุดนี้เพิ่มขึ้นตามลำดับดังนี้  5   10   15   20 ..ดังนั้น เลขที่ถัดจาก 35 คือ 35+20 =  55          
                                         
2 . 14   23   32   41  ……
ก.  45                                        ข.  47                                  ค.  48                                 ง.   50                
                                               
เฉลย ข้อ ง. แนวคิด   เลขชุดนี้เพิ่มขึ้น 9      ดังนั้น เลขที่ถัดจาก 41 คือ 41+9 =  50    
                                                 
3 . 4.25   3.75   3.25   2.75  ….                                                                          
ก.  2.25                                        ข.  2.05                              ค.  1.75                               ง.   1.5    
                                                             
เฉลย ข้อ ก. แนวคิด  เลขชุดนี้ลดลงครั้งละ 0.50     ดังนั้น เลขที่ถัดจาก 2.75 คือ 2.75-0.50 =  2.25  
                                                   
4 .  1   2   4   7  ……
ก.  8                                             ข.  9                                    ค.  10                               ง.   11    
                                                           
เฉลย ข้อ ง. แนวคิด      เลขชุดนี้ลำดับการเพิ่มเป็น  1   2   3    ...     ดังนั้น เลขที่ถัดจาก 7 คือ 7+4 =  11        
                                             
5 .  3   4   7   4   5   9  ……
ก.  4                                              ข.  5                                      ค.  6                                 ง.   7            
                                                               
เฉลย ข้อ ง. แนวคิด เลขชุดนี้มีเงื่อนไขดังนี้ 3+4 = 7 และ 4+6 = 9    ดังนั้น เลขที่ถัดจาก 9 คือ 5  (เพราะว่าต่อไปจะได้เลขเป็น 5+6 = 11 )    
                                               
6 .  7   3   8   4   9  ……
ก.  4                                                ข.  5                                   ค.  6                                 ง.   7      
                                                         
เฉลย ข้อ ข . แนวคิด      เลขชุดนี้เพิ่มและลดสลับกันดังนี้  4   5   4    5  ...  ดังนั้น เลขที่ถัดจาก 9 คือ 9-4  =  5                                                      

7 .  3     9     4      16    5     …..
ก.  23                               ข.  24                                   ค.  25                                    ง.   26          
                                                     
เฉลย ข้อ ค . แนวคิด      เลขชุดนี้มีเงื่อนไขดังนี้  9 =   32      16 =    4 2  ดังนั้น ต่อจาก 5 คือ   52        
                                                                                                           
8 .  1    3     9    27   …..
ก.  81                               ข.  86                                     ค.  90                                   ง.   96            
                                                 
เฉลย ข้อ ก . แนวคิด    เลขชุดนี้มีเงื่อนไขชุดนี้เป็นดังนี้ ตัวหลังเกิดจากตัวหน้าคูณด้วย 3                                      
ดังนั้น ตัวถัดจาก 27 คือ 27 x 3 = 81          
                                                                                                                                                           
9 .   640     160     40      10  …..
ก.  5                                 ข.  4                                         ค.  3                                    ง.   2.5                                        
                       
เฉลย ข้อ ง . แนวคิด    เลขชุดนี้มีเงื่อนไขดังนี้ ตัวหลังเกิดจากตัวหน้าหารด้วย 4  
ดังนั้น เลขตัวถัด จาก 10  คือ  = 2.5

10. นายก.แบ่งเงิน 500 บาท ให้นาย ข. นาย ค. นาย ง. โดยให้นาย ข.ได้เป็นสองเท่าของนาย ค. และนาย ค. ได้เป็นครึ่งหนึ่งของนาย ง. อยากทราบว่า นาย ค. จะได้รับเงินส่วนแบ่งเท่าไร    
                                 
ก. 100 บาท                             ข. 150 บาท                    ค. 200 บาท                    ง. 250 บาท

เฉลย ข้อ ก . แนวคิด    จะเห็นว่า นาย ข. ได้สองส่วน
แต่ นาย ค. ได้เพียงหนึ่ง ส่วน รวมเป็น 5 ส่วน 500 บาท
ดังนั้น 1 ส่วน ของ นาย ค. จึงเท่ากับ 100 บาท

11. ชาวนาเกี่ยวข้าวในฤดูหนาว คดีอาญาเกิดมากในฤดูหนาว ฉะนั้น                                        
ก.การเกี่ยวข้าวทำให้เกิดคดีอาญา                             ข.ฤดูหนาวมีคดีอาญา                                      
ค.คดีอาญาเกิดในไร่นา                                          ง.ชาวนามีคดีอาญา

เฉลย ข้อ ข . แนวคิด  ฤดูหนาวมีคดีอาญา                                                                                                                          

12. สมชายเป็นหัวหน้ารัฐบาล สมพงษ์เป็นรองหัวหน้ารัฐบาล ฉะนั้นสมพงษ์เป็นเช่นไร          
ก.เป็นหัวหน้าและรองหัวหน้า                ข.ทำงานร่วมกับสมชาย                   ค.อยู่รัฐบาลเดียวกับสมชาย              ง.ทำงานรัฐบาล  
                                                                             
เฉลย ข้อ ข. แนวคิด     ทำงานร่วมกับสมชาย          

การันตีได้ผล...วัดจากการมีผู้สอบได้แล้ว
*รับประกันคุณภาพ*   สอบถามรายละเอียดที่   Line : testthai1
ประกอบด้วย
VCD การเตรียมตัวสอบ
VCD ความรู้ความสามารถทั่วไป
- เลขอนุกรม
- เงื่อนไขทางภาษา
- โจทย์สัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์
- อุปมา-อุปมัยเบื้องต้น
VCD ภาษาไทย
- การใช้ภาษา
- ความเข้าใจภาษา
VCD ฝึกทำโจทย์ทางตัวเลข
VCD ภาษาอังกฤษเบื้องต้น
MP3 ข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ การใช้ Grammar
MP3 วิธีจำคำศัพท์และการเดาคำศัพท์ภาษาอังกฤษ Vocabulary
MP3 เอกสารแนวข้อสอบ ภาค ก
CD-ROMโปรแกรมฝึกทำข้อสอบ ภาก ก.



1. ข้อใดเป็นประโยคความซ้อน
ก. ศาสนาและจริยธรรมเป็นปัจจัยแวดล้อมชีวิตและสังคม
ข. น้ำและอากาศเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นต่อชีวิต
ค. เพราะว่าขาดน้ำวันเดียวคนก็แทบจะตาย
ง. ยิ่งถ้าขาดอากาศด้วยแล้วสักอึดใจสองอึดใจก็อาจจะตาย

เฉลย  ข. น้ำและอากาศเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นต่อชีวิต เป็นประโยคความซ้อน
 อธิบาย ก.    เป็นประโยคความเดียว ( มีกริยาตัวเดียว )
            ค.    เป็นประโยคความรวม ( เพราะ ... ก็ )
            ง.    เป็นประโยคความรวม ( ถ้า ... ก็ )

2. คำในข้อใดมีความหมายแฝงว่า “ อยู่นิ่งไม่ได้ ”
ก. ลิง        ข. หยุกหยิก       ค. ฟูเฟื่อง       ง. ข้อ ก. และ ข.

เฉลย ก. ลิง มีความหมายแฝงว่า อยู่นิ่งไม่ได้
อธิบาย ข. หยุกหยิก - ความหมายตรง
ค. ฟูเฟื่อง - ความหมายตรง

3. ข้อใดมีความหมายเชิงอุปมา
ก. เจ้าเนื้อ      ข. เจ้านาย      ค. เจ้าขา      ง. เจ้าไม่มีศาล

เฉลย ก. เจ้าเนื้อ หมายความว่า อ้วน เป็นความหมายเชิงอุปมา
อธิบาย  ข. เจ้านาย          - ผู้บังคับบัญชา
            ค. เจ้าขา            - เป็นคำขานรับผู้ใหญ่อย่างสุภาพ
            ง. เจ้าไม่มีศาล     - ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่งเป็นสำนวนไทย

3. คำที่พิมพ์ตัวหนาคำใดเป็นคำซ้ำ

ก. น้องน้องคนนี้ทำไมชื่อน้อง          ข. เด็กคนนั้นน้องน้องเอง
ค. มาเถอะน้องน้องทั้งนั้น                ง. เอะอะก็น้องน้องพูดซ้ำซากอยู่ได้

เฉลย ง. เอะอะก็น้องน้องพูดซ้ำซากอยู่ได้ น้องน้อง ใช้ยมกแทนได้เป็นคำซ้ำ
อธิบาย ก. น้อง น้องคนนี้ทำไมชื่อน้อง
           ข. เด็กคนนั้น น้องของน้องเอง
           ค. มาเถอะน้องของน้องทั้งนั้น

4. คำสรรพนาม “ ที่ ” ซึ่งใช้เชื่อมประโยค เมื่อใช้กับคำบางคำทำหน้าที่เป็นคำนามได้ ข้อใดใช่เป็นคำนาม

ก. เป็นที่น่าสลดใจ            ข. เป็นที่ถูกอกถูกใจ        ค. เป็นที่โปรดปราน         ง. เป็นที่รัก

เฉลย ง. เป็นที่รัก “ ที่รัก ” เป็นคำนาม
อธิบาย ก. เป็นที่น่าสลดใจ เป็นคำวิเศษณ์    ข. เป็นที่ถูกอกถูกใจ เป็นคำวิเศษณ์
          ค. เป็นที่โปรดปราน เป็นคำวิเศษณ์

5. ข้อใดหมายความว่า ทำกริยา 2 อย่างพร้อมกัน
ก. ร้องไปพูดไป         ข. กินพลางพูดพลาง            ค. ร้องบ้างพูดบ้าง         ง. กินด้วยพูดด้วย

เฉลย ข. กินพลางพูดพลาง ทำ 2 อย่างพร้อมกัน
อธิบาย ก. ร้องไปพูดไป ทำกริยาทีละอย่าง
           ค. ร้องบ้างพูดบ้าง ทำกริยาทีละอย่าง
           ง. กินด้วยพูดด้วย ทำกริยาทีละอย่าง

6. ประโยคใดทำให้ผู้ฟังอยากทำตามมากที่สุด

ก. เปิดประตูที                           ข. เปิดประตูหน่อยเถอะ
ค. กรุณาเปิดประตูหน่อยค่ะ        ง. เปิดประตูหน่อยได้ไหม

เฉลย ค. กรุณาเปิดประตูหน่อยค่ะ เป็นคำที่สุภาพในการขอความช่วยเหลือ
อธิบาย    ก. เปิดประตูที                     - คำสั่ง
              ข. เปิดประตูหน่อยเถอะ        - ขอร้องแบบกระด้าง
              ง. เปิดประตูหน่อยได้ไหม     - คำสั่งแบบไม่พอใจ

7. การตอบข้อสอบแบบอัตนัยควรใช้กลวิธีการเขียนอย่างใดมากที่สุด

ก. ให้มีใจความเพียงเรื่องเดียว                ข. ให้มีความสละสลวย
ค. ให้มีการเน้นใจความสำคัญ                ง. ให้แต่ละประโยคสัมพันธ์กัน

เฉลย ค. ให้มีการเน้นใจความสำคัญ

8. “ เราอย่าไม่ดีจะดีกว่า เราอย่าไม่ดีจะดีกว่า เราอย่าไม่ดีจะดีกว่า ” ผู้เขียนใช้การซ้ำประโยคเพื่อประโยชน์ในข้อใด
ก. ย้ำให้เกิดความเข้าใจ           ข. บอกให้ทำ
ค. เกิดความงามของภาษา        ง. เล่นสำนวน


9. ข้อใดคือสาระสำคัญของข้อความนี้

ก. เป็นผู้ฆ่าย่อมดีกว่าเป็นผู้ถูกฆ่า
ข. เป็นผู้ถูกขโมยย่อมดีกว่าเป็นผู้ขโมย เพราะไม่ได้สร้างความเดือดร้อน
ค. อย่าเป็นคนไม่ดีเหมือนคนอื่น จงเป็นคนดี
ง. การทำกรรมต่อผู้อื่นเป็นความผิดอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นกายกรรมหรือวจีกรรม


10. ข้อใดคือเจตนาของผู้เขียน
ก. เตือนให้รู้จักระงับอารมณ์            ข. ปรามมิให้กระทำความชั่ว
ค. โน้มน้าวให้ทำความดี                 ง. สอนไม่ให้ผูกพยาบาท

11. คำขวัญในข้อใดมีการแสดงเหตุผล
ก. น้ำประปาได้ใสสะอาดปราศจากเชื้อโรค
ข. ขับรถระวังคน ข้ามถนนระวังรถ
ค. ล้อมรั้วด้วยรัก ให้ประจักษ์ไออุ่น จึงจะเป็นทุนเกื้อหนุนเด็กไทย
ง. ถ้าทิ้งขยะไม่ลงถัง ก็อย่าหวังเรื่องความสะอาด

12. ข้อใดเป็นประโยคความซ้อน
ก. ศาสนาและจริยธรรมเป็นปัจจัยแวดล้อมชีวิตและสังคม
ข. น้ำและอากาศเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นต่อชีวิต
ค. เพราะว่าขาดน้ำวันเดียวคนก็แทบจะตาย
ง. ยิ่งถ้าขาดอากาศด้วยแล้วสักอึดใจสองอึดใจก็อาจจะตาย

13. “ การขาดแคลนอาหารสำหรับบริโภค ซึ่งอาจเป็นเพราะอาหารมีไม่เพียงพอหรือเพราะขาดเงินที่จะซื้ออาหารมาบริโภค ” ข้อความนี้เป็นการอธิบายแบบใด
ก. การอธิบายจากผลลัพธ์ไปหาสาเหตุ
ข. การอธิบายจากสาเหตุไปสู่ผลลัพธ์
ค. การอธิบายด้วยการกล่าวซ้ำด้วยถ้อยคำแปลกออกไป
ง. การอธิบายตามลำดับขั้นและการให้ตัวอย่าง

14. จากข้อความในข้อ 13. ข้อใดเป็นคำเชื่อม
ก. สำหรับ หรือ ที่จะ                      ข. ซึ่ง เพราะ หรือ ที่
ค. สำหรับ อาจ หรือ ที่จะ                ง. เพราะ หรือ จะ มา

15. สิ่งที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาความคิดคืออะไร
ก. ภาษา                             ข. ความรู้ความสามารถ
ค. การเรียนรู้                       ง. แหล่งความรู้

1. คำในข้อใดแสดงลักษณะของภาษาไทยที่อาจจะไม่ตรงกับลักษณะของภาษาคำโดด
ก. คลอง                 ข. ปู่                             ค. หนาว                         ง. ยืน
สอบ กพ 2556,สอบ กพ 2556,ข้อสอบความรู้ความสามารถทั่วไป,ความรู้ความารถทั่วไป,แนวข้อสอบ กพ
ตอบ ก. คลอง
ลักษณะทั่วไปของภาษาคำโดดประการหนึ่งคือ คำแต่ละคำมีพยางค์เดียวและไม่มีเสียงควบกล้ำ แต่บางทีภาษาไทยก็ไม่เป็นเช่นนี้เสียทีเดียว
ทั้งนี้เพราะคำในภาษาไทยเป็นอันมากที่มีมากพยางค์
และมีเสียงควบกล้ำ เช่น คลอง คราด ปรับปรุง เปลี่ยนแปลงฯลฯ

2. ข้อใดมิได้เรียงคำตามแบบภาษาไทย
ก. บาร์เบียร์            ข.เบียร์บาร์              ค. เบียร์ไทย                 ง. ฝาเบียร์

ตอบ ข. เบียร์บาร์
การเรียงคำตามแบบภาษาไทยนั้นจะต้องเรียงคำตามตำแหน่งหน้าที่คำใดทำหน้าที่ใด หมายความว่าอย่างไร ก็อยู่ที่การเรียงลำดับคำ การเรียงคำผิดที่ผิดตำแหน่งความหมายจะเปลี่ยนไปด้วย
เช่น คำขยายจะต้องอยู่หลังคำที่ถูกขยาย ฯลฯ

3. คำในข้อใดมิได้แสดงเพศตามแบบไทย
ก. เจ้าบ่าว          ข. เจ้าสาว               ค. บุรุษพยาบาล            ง. อาจารย์หญิง

ตอบ ง. อาจารย์หญิง
ในภาษาคำโดด เมื่อต้องการแสดงเพศของคำนามจะใช้คำแสดงเพศมาประกอบข้างหน้า ข้างหลัง หรือประสมกันตามแบบคำประสม เช่นเจ้าบ่าว – เจ้าสาว, พระเอก – นางเอก, บุรุษพยาบาล – นางพยาบาล ฯลฯ


4. ข้อใดมีแต่จุดกักลมทั้งหมด

ก. ลิ้นไก่ เพดานอ่อน เพดานแข็ง โคนฟัน
ข. เพดานอ่อน เพดานแข็ง โคนฟัน โคนลิ้น
ค. เพดานอ่อน เพดานแข็ง โคนฟัน ริมฝีปากล่าง
ง. เพดานอ่อน เพดานแข็ง ริมฝีปากบน ปลายลิ้น

ตอบ ค. เพดานอ่อน เพดานแข็ง โคนฟัน ริมฝีปากล่าง
จุดกักลม คือ จุดที่ลมหายใจถูกกักหรือถูกขัดขวางอันเป็นที่เกิดหรือที่ตั้งของเสียง เรียกว่า ฐานกรณ์
แบ่งออกได้ดังนี้ 1. ฐานคอ 2. ฐานเพดานอ่อน 3. ฐานเพดานแข็ง 4. ฐานฟัน (โคนฟัน) 5. ฐานริมฝีปาก (ริมฝีปากล่างกับบนมาประกบกันและริมฝีปากล่างประกบกับฟันบน)

5. เสียงหนักหายไปในข้อใด
ก. ทหาร          ข. ทวยหาร            ค. คูณหาร            ง. ตะหาน

ตอบ ก. ทหาร
การลงเสียงเน้นหนักจะสัมพันธ์กับเสียงสั้นยาวและเสียงสูงต่ำตลอดจนความหมาย โดยเสียงที่ไม่ได้เน้นนี้บางทีอาจจะออกเสียงสั้นและเบาจนแทบไม่ได้ยินและในไม่ช้าเสียงนั้นก็จะหายไปเลย
 เช่น ทหาร จะไม่เน้นที่ ทะ ฯลฯ

6. เมื่อพูดจากัน คำที่ขีดเส้นใต้ในข้อใดเน้นเสียงไม่เหมือนข้ออื่น
ก.ยืนอยู่ที่ชะง่อนผา                           ข. ไปสืบชะตา
ค. เขาชอบกินทุเรียนชะนี                  ง. พยาบาลช่วยชะล้างแผลให้

ตอบ ง. พยาบาลช่วยชะล้างแผลให้
โดยคำว่า ชะล้าง จะเน้นเสียงหนักที่ ชะ มากกว่าคำว่า ชะง่อนชะตา และชะนี เพราะคำว่า ชะ ในชะล้าง เป็นคำกริยา

7. คำที่มีความหมายแฝงบอกทิศทางประกอบอยู่ปรากฏในข้อใด
ก. ที่นี่มีน้ำใส               ข. ที่นี่มีน้ำแข็ง                ค. ที่นี่มีน้ำสะอาด            ง. ที่นี่มีน้ำตก

ตอบ ง. ที่นี่มีน้ำตก
ความหมายแฝง คือ ความหมายย่อยที่แฝงอยู่ในความหมายใหญ่ซึ่งแนะรายละเอียดบางอย่างไว้ในความหมายนั้น ๆ เช่น ความหมายแฝงที่บอกทิศทาง ได้แก่ ฟู พอง เขย่ง ดิ่ง หล่น ตก ร่วง อัด ยัด ถ่ม บ้วน รุน ดัน ผลัก เฉียด ประชิด เตลิด ฯลฯ

8. การใช้คำในเชิงอุปมาอยู่ในข้อใด
ก. เขาเป็นเจว็ดอยู่ในที่ประชุม                ข. เจว็ดวางอยู่ในศาลพระภูมิ
ค. เจว็ดทำด้วยแผ่นไม้รูปคล้ายเสมา        ง. ฉันไม่เคยเห็นเจว็ด

ตอบ ก. เขาเป็นเจว็ดอยู่ในที่ประชุม
คำอุปมา คือ คำที่ใช้เปรียบเทียบเพื่อพรรณนาบอกลักษณะให้เห็นถนัดชัดเจนขึ้น ส่วนมากเป็นคำนามที่ใช้อยู่ใกล้ตัว แต่บางทีหาคำที่ใช้อยู่มาเปรียบให้เห็นไม่ได้ก็ต้องสร้างคำขึ้นใหม่ที่ส่วนมากจะเป็นคำประสมที่ใช้คำเดิมที่มีอยู่เป็นคำตั้งทำให้มีความหมายใหม่เกิดขึ้นอีกความหมายหนึ่ง เช่น เจว็ด (ผู้ที่ได้รับยกย่องให้เป็นประธานหรือเป็นใหญ่แต่ไม่มีอำนาจ) ฯลฯ

9. ข้อใดมีคำซึ่งอาจจะเป็นคำประสมหรือคำเดี่ยวเรียงกันก็ได้
ก. ผ้าเช็ดหน้าแห้งแล้ว                     ข. เอาผ้าเช็ดหน้าให้แห้ง
ค. ขอผ้าเช็ดหน้าคนป่วย                   ง. ขอผ้าเช็ดหน้าผืนใหม่

ตอบ ก. ผ้าเช็ดหน้าแห้งแล้ว
คำประสมบางคำมีลักษณะเหมือนคำเดี่ยวมาเรียงกันเข้าทำให้พิจารณายากว่าคำใดเป็นคำประสม คำใดไม่ใช่ ทั้งนี้เราไม่มีเครื่องหมายบอกได้ในภาษาเขียนแต่ในภาษาพูดเราใช้วิธีลงเสียงเน้น เช่น ผ้าเช็ดหน้าแห้งแล้ว เราไม่ทราบว่าประโยคนี้จะเป็นผ้า/เช็ด/หน้า/แห้งแล้ว (เป็นคำเดี่ยวเรียงกัน) หรือจะเป็น ผ้าเช็ดหน้า/แห้งแล้ว (ผ้าเช็ดหน้าเป็นคำประสม) เป็นต้น

10. ข้อใดมีอุปสรรคเทียมที่เกิดจากการแบ่งคำผิด
ก. ตะขาบ มะนาว สะใภ้                 ข. กะจาบ กะสุน กะดุม
ค. กะด้ง กะดูก กะบุง                     ง. ระคน ปะปน สะสวย

ตอบ ข. กะจาบ กะสุน กะดุม
อุปสรรคเทียมที่เกิดจากการแบ่งคำผิด เกิดจากการพูดเพื่อให้เสียงต่อเนื่องกัน มีอยู่คำเดียวคือ กะ เป็นการเพิ่มเสียง กะ (ปัจจุบันใช้ กระ) หน้าคำที่เป็นชื่อนก (เช่น นกจาบ นกจอก เป็น กะจาบ กะจอก), ชื่อผัก (เช่น ผักเฉด ผักโฉม เป็น กะเฉด กะโฉม)และชื่อสิ่งที่มีลักษณะนามว่าลูก (เชน ลูกสุน ลูกดุม เป็น กะสุน กะดุม)

11. ข้อใดมีอุปสรรคเทียมที่เกิดจากการเทียบแนวเทียบผิด
ก. ตะขาบ มะนาว สะใภ้             ข. กะจาบ กะสุน กะดุม
ค. กะด้ง กะดูก กะบุง                 ง. ระคน ปะปน สะสวย

12. ข้อใดคือมีอุปสรรคเทียมที่ลงอุปสรรคเลียนแบบภาษาเขมร
ก. ตะขาบ มะนาว สะใภ้                  ข. กะจาบ กะสุน กะดุม
ค. กะด้ง กะดูก กะบุง                     ง. ระคน ปะปน สะสวย

ความรู้เกี่ยวกับสำนักงาน กพ



การสอบภาคความรู้ความสามารถทั่วไป หรือเรียกย่อ ๆ ว่าการสอบภาค ก. มีการจัดสอบแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ      ประเภทที่ 1 เป็นการสอบโดยสำนักงาน กพ. โดยตรง โดยถือว่าเป็นต้นฉบับของการสอบ ภาค ก โดยแท้จริง เมื่อผู้เข้าสอบได้สอบผ่านจะได้หนังสือรับรองการสอบ ภาค ก. จากสำนักงาน กพ. แล้วสามารถนำผลการสอบดังกล่าวไปแสดงต่อหน่วยงานที่จัดสอบบุคคลเข้ารับราชการเพื่อเข้าสอบใน ภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข.) และภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค.) ต่อไป 
     ประเภทที่ 2 เป็นการสอบโดยส่วนราชการที่ประสงค์จะรับบุคคลเข้ารับราชการในหน่วยงานของตนโดยตรง ซึ่งจะเปิดสอบ ภาค ก. พร้อมกับการสอบ ภาค ข. และ ค. ทั้งนี้โดยได้รับอนุมัติจากสำนักงาน กพ. ก่อนที่จะดำเนินการดังกล่าวได้ 
     ประเภทที่ 3 เป็นการสอบเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการหรือพนักงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น อบต. อบจ. เทศบาล ดำเนินการสอบโดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งจะได้ดำเนินการในปี 2549 เป็นครั้งแรก เมื่อผู้เข้าสอบผ่านการสอบภาค ก. จากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น แล้วสามารถนำผลการสอบไปแสดงต่อหน่วยงานที่จัดสอบ เช่น อบต. อบจ. เทศบาล เพื่อเข้าสอบ ภาค ข. และ ค. ต่อไป 
     การสอบ ภาค ก. ของแต่ละประเภทแตกต่างกันหรือไม่ ? ขอตอบว่า การสอบ ภาค ก. ของแต่ละประเภท เหมือนกันทุกประการ เพราะการสอบทั้ง 3 ประเภท ได้ใช้มาตรฐานการสอบ ภาค ก. จากสำนักงาน กพ.ทั้งสิ้น 
     วัตถุประสงค์ของการสอบ ภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) เป็นอย่างไร      การสอบภาค ก. เป็นการใช้ข้อสอบมาตรฐานเป็นเครื่องมือวัดความรู้ความสามารถทั่วไปของผู้เข้าสอบ ซึ่งประกอบด้วย วิชาความรู้ความสามารถทั่วไป และวิชาภาษาไทย สำหรับวิชาความรู้ความสามารถทั่วไปจะวัดความสามารถขั้นพื้นฐานทางสติปัญญาของผู้เข้าสอบ ซึ่งเป็นความสามารถที่เกิดจากการสะสมความรู้มาตั้งแต่ชั้นประถมการศึกษา ถึงชั้นมัธยมการศึกษา เป็นความสามารถจากประสบการณ์ของผู้เข้าสอบโดยแท้ ดังนั้น ข้อสอบภาค ก. ผู้เข้าสอบจึงไม่จำเป็นต้องเรียนกวดวิชาให้สิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย เพียงแต่หาแนวข้อสอบเก่า ๆ มาฝึกหัดทำเพื่อให้เกิดความชำนาญ ก็น่าจะเพียงพอแล้วโดย การสอบภาค ก. มีตัวชี้วัด 3 ทาง คือ     -  ตัวชี้วัดที่ 1 วัดความสามารถทางด้านความมีเหตุผล (Reasoning Ability)   
    -  ตัวชี้วัดที่ 2 วัดความสามารถทางด้านตัวเลข (Numerical Ability)        -  ตัวชี้วัดที่ 3 วัดความสามารถทางด้านภาษา (Verbal Ability) 
     ข้อสอบ ภาค ก. สอบวิชาใดบ้าง      ภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) คะแนนเต็ม 200 คะแนน ประกอบด้วย 2 วิชา คือ 
     1. วิชาความสามารถในการศึกษา วิเคราะห์และสรุปเหตุผล (คะแนนเต็ม 100 คะแนน) ทดสอบความสามารถในการศึกษา วิเคราะห์และสรปุเหตุผล โดยการให้สรุปใจความ หรือให้จับประเด็นในข้อความ วิเคราะห์เหตุการณ์ หรือสรุปเหตุผลทางการเมือง เศรษฐกิจ หรือสังคม หรือให้หาแนวโน้มหรือความเปลี่ยนแปลงที่น่าจะเป็น 
     2. วิชาภาษาไทย (คะแนนเต็ม 100 คะแนน) ทดสอบ ความเข้าใจภาษา การเลือกใช้คำหรือกลุ่มคำ การเขียนประโยคได้ถูกต้องตามหลักภาษา หรือการเรียงความ จำนวน ข้อสอบ และเวลาในการทำข้อสอบ 
     ปกติ สำนักงาน กพ. จะใช้ข้อสอบ จำนวน 80 ข้อ (ภาคความรู้ความสามารถทั่วไป 40 ข้อ และภาคภาษาไทย 40 ข้อ ๆ ละ 2.5 คะแนน) ใช้เวลาในการทำข้อสอบ 2.30 ชั่วโมง (เฉลี่ยเวลาที่ใช้ทำข้อสอบ ข้อละ 1นาที 52 )



คำแนะนำในการสอบ กพ

แนะนำการสอบภาค ก

การสอบภาคความรู้ความสามารถทั่วไป หรือเรียกย่อ ๆ ว่าการสอบภาค ก. มีการจัดสอบแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ
ประเภทที่ 1 เป็นการสอบโดยสำนักงาน กพ. โดยตรง โดยถือว่าเป็นต้นฉบับของการสอบ ภาค ก โดยแท้จริง เมื่อผู้เข้าสอบได้สอบผ่านจะได้หนังสือรับรองการสอบ ภาค ก. จากสำนักงาน กพ. แล้วสามารถนำผลการสอบดังกล่าวไปแสดงต่อหน่วยงานที่จัดสอบบุคคลเข้ารับราชการเพื่อเข้าสอบใน ภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข.) และภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค.) ต่อไป
ประเภทที่ 2 เป็นการสอบโดยส่วนราชการที่ประสงค์จะรับบุคคลเข้ารับราชการในหน่วยงานของตนโดยตรง ซึ่งจะเปิดสอบ ภาค ก. พร้อมกับการสอบ ภาค ข. และ ค. ทั้งนี้โดยได้รับอนุมัติจากสำนักงาน กพ. ก่อนที่จะดำเนินการดังกล่าวได้
ประเภทที่ 3 เป็นการสอบเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการหรือพนักงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น อบต. อบจ. เทศบาล ดำเนินการสอบโดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งจะได้ดำเนินการในปี 2549 เป็นครั้งแรก เมื่อผู้เข้าสอบผ่านการสอบภาค ก. จากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น แล้วสามารถนำผลการสอบไปแสดงต่อหน่วยงานที่จัดสอบ เช่น อบต. อบจ. เทศบาล เพื่อเข้าสอบ ภาค ข. และ ค. ต่อไป
การสอบ ภาค ก. ของแต่ละประเภทแตกต่างกันหรือไม่ ?
ขอตอบว่า การสอบ ภาค ก. ของแต่ละประเภท เหมือนกันทุกประการ เพราะการสอบทั้ง 3 ประเภท ได้ใช้มาตรฐานการสอบ ภาค ก. จากสำนักงาน กพ.ทั้งสิ้น
วัตถุประสงค์ของการสอบ ภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) เป็นอย่างไร
การสอบภาค ก. เป็นการใช้ข้อสอบมาตรฐานเป็นเครื่องมือวัดความรู้ความสามารถทั่วไปของผู้เข้าสอบ ซึ่งประกอบด้วย วิชาความรู้ความสามารถทั่วไป และวิชาภาษาไทย สำหรับวิชาความรู้ความสามารถทั่วไปจะวัดความสามารถขั้นพื้นฐานทางสติปัญญาของผู้เข้าสอบ ซึ่งเป็นความสามารถที่เกิดจากการสะสมความรู้มาตั้งแต่ชั้นประถมการศึกษา ถึงชั้นมัธยมการศึกษา เป็นความสามารถจากประสบการณ์ของผู้เข้าสอบโดยแท้ ดังนั้น ข้อสอบภาค ก. ผู้เข้าสอบจึงไม่จำเป็นต้องเรียนกวดวิชาให้สิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย เพียงแต่หาแนวข้อสอบเก่า ๆ มาฝึกหัดทำเพื่อให้เกิดความชำนาญ ก็น่าจะเพียงพอแล้วโดย การสอบภาค ก. มีตัวชี้วัด 3 ทาง คือ
ตัวชี้วัดที่ 1 วัดความสามารถทางด้านความมีเหตุผล (Reasoning Ability)
ตัวชี้วัดที่ 2 วัดความสามารถทางด้านตัวเลข (Numerical Ability)
ตัวชี้วัดที่ 3 วัดความสามารถทางด้านภาษา (Verbal Ability)

ข้อสอบ ภาค ก. สอบวิชาใดบ้าง
ภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) คะแนนเต็ม 200 คะแนน ประกอบด้วย 2 วิชา คือ
1. วิชาความสามารถในการศึกษา วิเคราะห์และสรุปเหตุผล (คะแนนเต็ม 100 คะแนน)
ทดสอบความสามารถในการศึกษา วิเคราะห์และสรปุเหตุผล โดยการให้สรุปใจความ หรือให้จับประเด็นในข้อความ วิเคราะห์เหตุการณ์ หรือสรุปเหตุผลทางการเมือง เศรษฐกิจ หรือสังคม หรือให้หาแนวโน้มหรือความเปลี่ยนแปลงที่น่าจะเป็น
2. วิชาภาษาไทย (คะแนนเต็ม 100 คะแนน)
ทดสอบ ความเข้าใจภาษา การเลือกใช้คำหรือกลุ่มคำ การเขียนประโยคได้ถูกต้องตามหลักภาษา หรือการเรียงความ
จำนวน ข้อสอบ และเวลาในการทำข้อสอบ
ปกติ สำนักงาน กพ. จะใช้ข้อสอบ จำนวน 80 ข้อ (ภาคความรู้ความสามารถทั่วไป 40 ข้อ และภาคภาษาไทย 40 ข้อ ๆ ละ 2.5 คะแนน) ใช้เวลาในการทำข้อสอบ 2.30 ชั่วโมง (เฉลี่ยเวลาที่ใช้ทำข้อสอบ ข้อละ 1นาที 52 )

ขอให้โชคดีในการสอบทุกท่านค่ะ